วิลิศมาหรา
( Wilisamahara or Wilisamala or Wilis )

.jpg)
บทสรุปความรู้: "วิลิศมาหรา" จากป้ายชื่อหรู สู่คีรีศักดิ์สิทธิ์และแว่นแคว้นในชวา...โดย ธีรพงศ์ ธรรมาธิวัฒน์
จากการสืบค้นและเทียบเคียงวรรณคดีอย่างเป็นระบบ โดยยึด บทละครเรื่องอิเหนา ฉบับชำระโดยหอพระสมุดวชิรญาณ (รัชกาลที่ 2 ยืนพื้น) ร่วมกับ บทพระนิพนธ์ทรงแปลนิทานปันหยี "หิกะยัต ปันหยี สะมิหรัง" (หน้า 13 ภาคปฐม) ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ สามารถถอดรหัสข้อเท็จจริงทางวรรณคดีที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันความสับสนในโซเชียลมีเดียได้ดังนี้:
1. รากศัพท์และภูมิศาสตร์: "คีรีวิลิศมาหรา"
"วิลิศมาหรา" (ภาษาชวา: Wilisamahara หรือ Wilisamala หรือ Wilis) มีต้นกำเนิดมาจาก "ชื่อภูเขาเขียวขจี" ที่มีอยู่จริงบนเกาะชวา (ภูเขาไฟวิลิส / Mount Wilis ในปัจจุบัน)
ในบทละครพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 2 ได้ระบุพิกัดระยะทางจากเมืองหลวงไว้อย่างแม่นยำว่า:
" @ แต่กรุงดาหาธานี มีคีรีวิลิศมาหรา อยู่นอกเมืองข้างเบื้องบูรพา มรรคาวันหนึ่งถึงบรรพต" (หมายถึง: ภูเขาลูกนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกนอกเมืองดาหา ต้องใช้เวลาเดินทางเท้าหรือม้าเป็นเวลา 1 วันเต็มจึงจะถึงตีนเขา)
2. ปริศนาองค์ที่ 4: จาก "เจ้าแคว้นผู้บวชชี" สู่ "อารักษ์เรืองฤทธิ์"
เมื่อนำสำนวนต้นฉบับชวา-มลายู มาร้อยเรียงร่วมกับบทละครรำของสยาม จะเห็นเส้นทางการดัดแปลงโครงเรื่องอันแยบคายของกวีโบราณ:
ฉบับนิทานปันหยี (มลายูดั้งเดิม): ระบุว่ามีเทวดาจุติลงมาเป็นพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน 4 องค์ องค์โตครองกุรีปั่น, องค์รองครองดาหา, องค์สามครองกากะหลัง ส่วน "องค์ที่สี่เป็นสตรี" คือ พระนางบุตรี เจ้ากรุงคันฑะส้าหรี ซึ่งพระนางทรงสละทางโลก ผนวชเป็นชีบำเพ็ญตบะอยู่ ณ เขากุหนุงวิลิส
ฉบับบทละครรำไทย (รัชกาลที่ 2): เพื่อความสมมาตรในการเล่นละครและคตินิยมของสยาม กวีไทยได้ปรับเปลี่ยนกษัตริย์องค์ที่ 4 ให้เป็นบุรุษคือ ท้าวสิงหัดส่าหรี ครองกรุงสิงหัดส่าหรี แทน
การสืบทอดสายสัมพันธ์: แม้จะเปลี่ยนกษัตริย์องค์ที่ 4 เป็นชาย แต่ฝั่งไทยยังคงรักษาพิกัด "เขากุหนุงวิลิส" ดั้งเดิมเอาไว้ในชื่อ "เขาวิลิศมาหรา" และได้ยกสถานะของพระนางบุตรีฯ ผู้เคยบำเพ็ญตบะอยู่ที่นั่นให้กลายเป็น "อันมีอารักษ์เรืองฤทธิ์สถิตสถาน" หรือเทพารักษ์ศักดิ์สิทธิ์ประจำภูเขาที่ท้าวดาหาต้องเดินทางไปแก้บน จนเป็นเหตุให้อิเหนาได้แอบตามมาใกล้ชิดนางบุษบาในที่สุด
3. บทสะท้อนสู่สังคมไทย
จากชื่อภูเขาและแว่นแคว้นอันเป็นที่ตั้งของศาลทองคำฉลุลวดลายงดงามตระการตาในวรรณคดี ได้ถูกสืบทอดผ่านการเล่าแบบปากต่อปาก (Oral Tradition) มาเกือบ 300 ปี จนกลายมาเป็นคำสแลงยอดฮิตในป๊อปคัลเจอร์ยุคทีวีขาวดำช่อง 4 บางขุนพรหม โดย คุณเทิ่ง สติเฟื่อง (นายทรงสมรรถ อัตถากร) ที่มักใช้คำสร้อยโฆษณาสินค้าว่า "เลิศสะแหลนแต๋น วิลิศมาหรา" เพื่อสื่อถึงความหรูหรา เลิศเลอ อลังการ และสืบทอดมาเป็นชื่อห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูในยุคปัจจุบัน
#วิลิศมาหรา#อิเหนา#wilisamahara#วรรณคดีไทย#ชวาโบราณ#DecodingWilisamahara#Inao